ความสัมพันธ์ทวิภาคี

ความสัมพันธ์ทวิภาคี

สถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (KRI) ประจำจังหวัดสงขลา ประเทศไทย, ในฐานะตัวแทนของสาธารณรัฐอินโดนีเซียในระดับสถานกงสุลก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2540 ในจังหวัดสงขลา. ภาระกิจหลักของสถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย(KRI)จังหวัดสงขลาคือการดำเนินการเกี่ยวกับงานกงสุลและการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติของสาธารณรัฐอินโดนีเซียในเขตพื้นที่การทำงานในภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ม, ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พังงา, พัทลุง, ภูเก็ต, ยะลา, ระนอง, สงขลา, สตูล และสุราษฎร์ธานี.

การปรากฏตัวของตัวแทนกงสุลอินโดนีเซียในจังหวัดสงขลาถือเป็นหนึ่งในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมของความสนใจและผลประโยชน์ของอินโดนีเซียในภูมิภาคภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีอินโดนีเซีย – ไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ของประเทศไทย และสนับสนุนการดำเนินงานความร่วมมือระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคในกรอบของอาเซียนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจริญเติบโตของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย (IMT-GT). เป้าหมายของความร่วมมือระหว่าง IMT-GT คือ เพื่อเร่งกระบวนการพัฒนาในพื้นที่ IMT-GT ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในจังหวัดสุมาตรา, 14 จังหวัดในภาคใต้ของไทย และอีก 8 รัฐในคาบสมุทรมาเลเซียตอนเหนือ.

การมีส่วนร่วมของอนุสัญญาระหว่างประเทศ BMT - GT มีอิทธิพลอย่างมากกับเศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียน ตามข้อสรุปของการศึกษาของ Asian Development Bank พบว่า 50% ของการค้าทั้งหมดของอาเซียนเกิดขึ้นจากความร่วมมือย่อยภูมิภาคซึ่งจากสัดส่วนร้อยละ 50 ที่เพิ่มขึ้นได้จากส่วนแบ่งรายได้ของ IMT-GT ถึง 25 เปอร์เซ็นต์

1.                  ภาคเศรษฐกิจ

ภาคใต้และภาคตะวันตกของอินโดนีเซียมีความคล้ายคลึงกันมากในมุมมองและคุณค่าทางวัฒนธรรมกันรวมไปถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย. ปัจจุบันสินค้าและผลิตภัณฑ์ของอินโดนีเซีย เช่น สินค้าแฟชั่นทั้งในรูปแบบของศาสนาและแบบธรรมเนียมดั้งเดิม เช่น ชุดเดรส, ชุดละหมาด และผ้าบาติก รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล และงานหัตถกรรมต่างๆ ได้เป็นที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการ.

จากข้อมูลของธนาคารสำนักงานภาคใต้แห่งประเทศไทย(Bank of Thailand Southern Region Office) ในช่วงปี พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2560 หรือในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาระบุว่า ความสมดุลทางการค้าระหว่างอินโดนีเซียกับภาคใต้นั้ มีความเกินดุลไปทางอินโดนีเซียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปี 2017 จำนวนการเกินดุลลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ตารางแสดงการค้าขายระหว่างอินโดนีเซียกับไทยตอนใต้

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

 201520162017
การค้าทั้งหมด461.2579.4698.8
สินค้าส่งออกจากไทยตอนใต้ to อินโดนีเซีย160,4121,2310,9
สินค้าส่งออกจากอินโดนีเซีย to ไทยตอนใต้440,5458,2387,9

ดุลการค้า

(ผลกำไรสำหรับอินโดนีเซีย)

140.43337.0076.95

ที่มา: Bank of Thailand Southern Region Office

ความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาลและในด้านการเกษตร, การป่าไม้, การประมง และความร่วมมือด้านอื่น ๆ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องและสร้างความก้าวหน้าอย่างมาก.

ในแง่ของมูลค่าการลงทุนของประเทศไทยมีระดับสูงสุดหรือสูงสุดในปี 2559 โดยมีการลงทุน 338.2 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 6.45% เมื่อเทียบกับปี 2557 คิดเป็นมูลค่า 317.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ในปี 2560 มีการลงทุนลดลงร้อยละ 34.89 คิดเป็น 220.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การลดลงของกระแสการลงทุนจากไทยไปอินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางเดินเศรษฐกิจตะวันออกซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ บริษัทที่ลงทุนในภาคตะวันออกของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประเทศลาว, กัมพูชา และเวียดนาม นอกจากนี้ไทยต้องการมีบทบาทอย่างลึกซึ้งในเวที CLMVT (กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม และไทย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการพัฒนาประเทศสมาชิกฟอรั่มสี่ประเทศ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและการเติบโตทางบวกในประเทศ CLMV ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของเงินลงทุนไปยังประเทศ CLMV

การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของชาวอินโดนีเซียให้กับประชาชนในภาคใต้ของไทยและการจัดตั้งเครือข่ายกับนักธุรกิจไทยที่ดำเนินการโดยสถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลาจะมีผลกระทบในเชิงบวกต่อการเพิ่มการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอินโดนีเซียและภาคใต้ของประเทศไทย ความมุ่งมั่นของสถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลาคือการจับคู่กิจกรรมระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการในประเทศอินโดนีเซียและรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ

นอกจากนี้สถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลายังมีส่วนร่วมในงานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆในภาคใต้อย่างสม่ำเสมอโดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลท้องถิ่น อย่างเช่น เทศกาลกะทู้ (Khatu Festival), วันมลายูยะลา (Melayu Day of Yala), นิทรรศการสินค้าและอาหารฮาลาล (Halal Expo) และอื่น ๆ เพื่อให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากอินโดนีเซียในภาคใต้ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นแล้ว สถานกงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลายังอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้แทนอินโดนีเซียในการประชุมกับคู่ค้าในภาคใต้เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์และมูลค่าการค้าระหว่างอินโดนีเซียกับไทยตอนใต้

2.                  ภาคการศึกษา, สังคม, วัฒนธรรม (PENSOSBUD)

ความสัมพันธ์ระหว่างความร่วมมือทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างอินโดนีเซียกับไทยตอนใต้มีเข้มข้นมากขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรมระหว่างชาวอินโดนีเซียกับประชาชนชาวใต้ของประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนอย่างใกล้ชิดถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือมีคุณค่าต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอินโดนีเซียและภาคใต้ นอกจากนี้แล้ว, การพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษายังได้มีการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในประเทศอินโดนีเซียและคู่ค้าในภาคใต้มากขึ้น

ความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยว

จังหวัดต่างๆทางใต้ของประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวที่สำคัญในประเทศไทย เช่น ภูเก็ต,  กระบี่, ตรัง, สุราษฎร์ธานี, สงขลาและนครศรีธรรมราช เป็นสถานที่หลักของนักท่องเที่ยวจากหลายๆประเทศ

เป้าหมายของการร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวคือ การดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวใต้และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวทางภาคใต้ให้เดินทางต่อไปยังประเทศอินโดนีเซียโดยการทำเป็นแพคเกจทัวร์ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในอินโดนีเซียได้ การประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยยังคงดำเนินต่อไปเพื่อส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวให้กับการท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยและยังสามารถเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยวไปยังประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย

นอกจากนี้สถิติในการส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวในอินโดนีเซียยังคงเพิ่มขึ้นทุกปีในหลายจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทยโดยการร่วมมือกันระหว่างสถานกงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลากับกระทรวงการท่องเที่ยวและนักอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย อาทิ จากเกาะสุมาตรา เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอินโดนีเซียให้แก่ประชาชนในภาคใต้ของประเทศไทยนอกจากนี้การมีกิจกรรมท่องเที่ยวร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากภาคใต้ไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศอินโดนีเซีย ได้เพิ่มยอดจำนวนแพ็คเกจทัวร์ไปยังอินโดนีเซียซึ่งเป็นของผู้ประกอบการบริษัททัวร์ในภาคใต้ของประเทศไทยด้วย

ความร่วมมือด้านการศึกษา

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการศึกษาสำหรับเยาวชนในภาคใต้ของประเทศไทย ในขณะที่ภาคใต้เองเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นที่นิยมสำหรับการเข้าเยี่ยมชมการศึกษาดูงาน, การฝึกงานของนักเรียนโปรแกรม PPL และ KKN รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและการทำวิจัยร่วมกันสำหรับสถาบันการศึกษาชั้นนำของอินโดนีเซีย. ตลอดทั้งปี 2015-2017 สถานกงสุลใหญ่ได้ให้ความสำคัญกับการเข้ารับการตรวจเยี่ยมโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในประเทศอินโดนีเซียกับโรงเรียนหรือมหาลัยคู่พัฒนาในภาคใต้มากขึ้นโดยมีข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาโดยเฉพาะในรูปของในรูปแบบของนักศึกษาและวิทยากรแลกเปลี่ยน, การวิจัยร่วม/ สิ่งพิมพ์, และโปรแกรมการฝึกงาน.

สถานกงสุลใหญ่ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งเสริม Bahasa Indonesia ในภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งได้ดำเนินการผ่านการดำเนินงานของ PPL / KKN ระหว่างประเทศและการส่งครูของ BIPA. ในขณะนี้ได้มีสาขาวิชาภาษาอินโดนีเซียภายใต้โครงการภาษามาเลย์ของคณะวิทยาศาสตร์และสังคม, มหาวิทยาลัยฟาตอนี (Fatoni University) ซึ่งเป็นโครงการภาษาอินโดนีเซียเพียงแห่งเดียวในภาคใต้ของประเทศไทย และอีกหลายๆมหาวิทยาลัยในภาคใต้ของประเทศไทยมีหลักสูตรภาษาอินโดนีเซียเป็นวิชาเลือกเพิ่มเติม (elective course).

สถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลาได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาประจำปีโดยการใช้นิทรรศการการศึกษาในภาคใต้ของไทยเป็นสื่อกลางและเชิญชวนให้มหาวิทยาลัยต่างๆในอินโดนีเซียเข้าร่วมงานนิทรรศการด้านการศึกษาดังกล่าว. นอกจากนั้นแล้ว, สถานกงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลายังอำนวยความสะดวกและสนับสนุนมหาวิทยาลัยที่มีความสนใจในการส่งเสริมบริการด้านการศึกษาแก่ประชาชนในภาคใต้อีกด้วย นิทรรศการการศึกษาดังกล่าวที่สถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา (KRI Songkhla) ได้ให้สนับสนุน, มีส่วนร่วม และอำนวยความสะดวกให้กับมหาวิทยาลัยจากประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ PSU Edufair และนิทรรศการการศึกษาเกี่ยวกับภาษามลายูภายใต้กิจกรรม “Melayu Day" ซึ่งได้ถูกจักขึ้นในทุกๆปี

ทุนการศึกษา

สถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลายังให้การสนับสนุนโครงการต่างๆของรัฐบาลอินโดนีเซียเพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียนต่างชาติเพื่อศึกษาต่อในประเทศอินโดนีเซีย โดยการมอบทุนการศึกษาต่างๆให้แก่ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะในเขตพื้นที่การทำงานของสถานกงสุลสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา อาทิเช่น ทุนการศึกษาจาก Kemitraan Negara Berkembang (KNB), ทุนการศึกษาที่เกี่ยวกับการศึกษาศาสนาและทุนการศึกษาทั่วไป(non-degree scholarship) ที่สามารถเพิ่มความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างชาวไทยและอินโดนีเซียได้ เช่น ทุนการศึกษา darmasiswa และ ทุนการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย (BSBI).

ทุนการศึกษาในแต่ละปีได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักเรียนชาวไทยที่ต้องการเรียนต่อในประเทศอินโดนีเซียและสำหรับนักเรียนที่ต้องการทำความรู้จักหรือศึกษาในด้านวัฒนธรรมและภาษาศาสตร์ของอินโดนีเซีย นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศอินโดนีเซียโดยเฉพาะจากทุน BSBI เป็นพันธมิตรของสถานกงสุลอินดดนีเซีย (KRI) ที่สามารถสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมต่างๆของอินโดนีเซียหลังจากที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับการเต้นรำพื้นเมืองของอินโดนีเซีย.​